โปรไบโอติกช่วยลดอาการท้องผูก ท้องเสีย

โปรไบโอติกช่วยลดอาการท้องผูก ท้องเสีย และภูมิคุ้มกันอ่อนแอได้จริงหรือไม่?

Table of Contents

โปรไบโอติกช่วยลดอาการท้องผูก ท้องเสีย และภูมิคุ้มกันอ่อนแอได้จริงหรือไม่?

ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับโปรไบโอติก

โปรไบโอติก หรือที่มักเรียกกันว่า “จุลินทรีย์ดีเพื่อสุขภาพลำไส้” คือจุลินทรีย์มีชีวิตที่เมื่อบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว จะก่อให้เกิด ประโยชน์ของโปรไบโอติก ต่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะในด้าน การปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร และยังควรพิจารณาเลือกรูปแบบของโปรไบโอติกที่เหมาะสมกับร่างกาย เช่น แบบเม็ด ผง หรือแคปซูล อ่านรายละเอียดว่าโปรไบโอติกแบบไหนดีกว่า เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด งานวิจัยในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า อาหารเสริมโปรไบโอติก สามารถช่วยบรรเทาอาการต่างๆ เช่น ท้องผูก, ท้องเสีย และยังมีส่วนช่วย เสริมภูมิคุ้มกันด้วยโปรไบโอติก ในร่างกาย

โปรไบโอติกกับอาการท้องผูก

อาการท้องผูกมักเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของลำไส้ที่ช้าลง และมีการขับถ่ายที่ลำบาก งานวิจัยหลายฉบับพบว่า โปรไบโอติกลดท้องผูก บางสายพันธุ์สามารถช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และปรับปรุงลักษณะของอุจจาระให้เป็นปกติได้
กลไกการทำงาน  โปรไบโอติกสามารถเพิ่มการผลิตกรดไขมันสายสั้นในลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้และช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น

งานวิจัยจาก Healthline ระบุว่า โปรไบโอติกกับระบบขับถ่าย สามารถช่วยลดอาการท้องผูกในผู้ที่มีภาวะลำไส้แปรปรวน, หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ใช้ยาบางชนิดได้

โปรไบโอติกกับอาการท้องเสีย

ท้องเสียเป็นภาวะที่ลำไส้ขับของเหลวออกมามากกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ แพ้อาหาร หรือผลข้างเคียงจากยาปฏิชีวนะ โปรไบโอติกลดท้องเสีย ได้รับการศึกษาว่าสามารถช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของอาการท้องเสียในหลายกรณี
ท้องเสียจากยาปฏิชีวนะ  ยาปฏิชีวนะอาจทำลายสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ อาหารเสริมโปรไบโอติก ช่วยคืนสมดุลนี้และลดความเสี่ยงต่อการเกิดท้องเสีย

ท้องเสียจากการติดเชื้อ  โปรไบโอติก บางสายพันธุ์สามารถต้านทานเชื้อก่อโรคในลำไส้ และช่วยลดระยะเวลาของอาการท้องเสีย

โปรไบโอติกกับระบบภูมิคุ้มกัน

ลำไส้ไม่เพียงแต่เป็นอวัยวะที่ย่อยอาหาร แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของระบบภูมิคุ้มกัน เสริมภูมิคุ้มกันด้วยโปรไบโอติก มีบทบาทในการกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ร่างกายต้านทานเชื้อโรคได้ดีขึ้น
กลไกการทำงาน  โปรไบโอติกสามารถกระตุ้นเนื้อเยื่อน้ำเหลืองที่อยู่ในทางเดินอาหาร (GALT) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตแอนติบอดี และเซลล์ภูมิคุ้มกัน เช่น มาโครฟาจ และ ที-ลิมโฟไซต์

วิธีเลือกโปรไบโอติกให้เหมาะสม

การเลือก โปรไบโอติกยี่ห้อไหนดี และเหมาะสมกับความต้องการสุขภาพของแต่ละคน ควรคำนึงถึงหลายปัจจัย
ความจำเพาะของสายพันธุ์  โปรไบโอติกแต่ละสายพันธุ์มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น Lactobacillus rhamnosus GG มีข้อมูลวิจัยรองรับว่าช่วยเรื่องท้องเสีย

จำนวนจุลินทรีย์ (CFU)  ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีจำนวนจุลินทรีย์ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ไม่จำเป็นต้องเลือกที่มี CFU สูงที่สุดเสมอ

คุณภาพของผลิตภัณฑ์  ควรเลือกแบรนด์ที่มีการรับรองคุณภาพ เช่น โปรไบโอติกยินตัน ซึ่งระบุเทคโนโลยีที่ช่วยให้จุลินทรีย์รอดจนถึงลำไส้ และมีมาตรฐานชัดเจน นอกจากนี้ การเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ก็มีความสำคัญ เพราะหากเก็บผิดวิธี จุลินทรีย์อาจตายก่อนถึงลำไส้ได้ อ่านวิธีเก็บรักษาโปรไบโอติกที่ถูกต้อง เพื่อคงคุณภาพให้ดีที่สุด

สรุป

โปรไบโอติกมีศักยภาพที่น่าสนใจในการบรรเทาอาการ ท้องผูก, ท้องเสีย และช่วยเสริม ระบบภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสุขภาพและกลุ่มอาการเฉพาะตัว การบริโภคอาหารที่มี โปรไบโอติกสำหรับผู้สูงอายุ หรือ โปรไบโอติกเด็ก เช่น โยเกิร์ต คีเฟอร์ หรือการเสริมด้วยอาหารเสริมที่ผ่านการวิจัย อาจช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้และสุขภาพโดยรวมในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ โปรไบโอติกในรูปแบบอาหารเสริม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. โปรไบโอติกช่วยเรื่องท้องผูกได้จริงหรือไม่?

ช่วยได้ โดยโปรไบโอติกบางสายพันธุ์สามารถกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ และเพิ่มความชื้นในอุจจาระ ทำให้ขับถ่ายง่ายขึ้น

ได้ผลดีโดยเฉพาะกับท้องเสียที่เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะ หรือจากการติดเชื้อบางชนิด เช่น ไวรัสหรือแบคทีเรียบางกลุ่ม

ช่วยได้ เพราะจุลินทรีย์ดีในลำไส้มีบทบาทกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันทั้งโดยตรงและโดยอ้อม

ไม่ทุกสายพันธุ์ ควรเลือกสายพันธุ์ที่มีการวิจัยรองรับ เช่น Lactobacillus rhamnosus GG หรือ Saccharomyces boulardii

สามารถกินได้ แต่ควรเลือกสูตรที่เหมาะสมกับวัย เช่น แบบผงละลายน้ำหรือน้ำเชื่อมสำหรับเด็ก และสูตรปลอดสารกันเสียสำหรับผู้สูงอายุ

สามารถเริ่มได้ทันทีระหว่างการใช้ยา โดยควรเว้นอย่างน้อย 2 ชั่วโมงหลังการกินยา เพื่อไม่ให้ยาทำลายจุลินทรีย์ดี

มีบางงานวิจัยระบุว่าโปรไบโอติกบางสายพันธุ์สามารถลดระยะเวลาหรือความถี่ของการเป็นหวัดได้ โดยผ่านกลไกเสริมภูมิคุ้มกัน

ถ้ารับประทานอาหารหมักดองที่สะอาดและเพียงพอ เช่น โยเกิร์ต คีเฟอร์ หรือกิมจิ อาจเพียงพอ แต่ในบางกรณีจำเป็นต้องเสริม

ควร เพราะพรีไบโอติกเป็นอาหารของโปรไบโอติก ช่วยให้จุลินทรีย์ดีเจริญเติบโตและตั้งรกรากในลำไส้ได้ดีขึ้น

ควรดูสายพันธุ์จุลินทรีย์ที่เหมาะสมกับอาการ, ปริมาณ CFU ที่เพียงพอ, รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เก็บง่าย และฉลากที่ระบุวันหมดอายุชัดเจน

บทความน่าสนใจ